เงินเฟ้อเร่งตัว ก.ย. โต 2.82% ปลายปีจ่อบวกต่อ น้ำมัน-อาหารยังเสี่ยง
ราคาน้ำมันที่ยังสูง อาหารสำเร็จรูปที่ปรับตามต้นทุนวัตถุดิบ ส่งผลทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น ก.ย. โต 2.82% ยังปรับกรอบเงินเฟ้อทั้งปีเป็น 1.8–2.2%
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย ในเดือนกันยายน 2569 เท่ากับ 102.93 สูงขึ้น 2.82% ปัจจัยสำคัญยังคงมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ ที่ยังคงทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อนหน้า จากผลกระทบของวิกฤตพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากพื้นที่ทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบียถูกโจมตี กระทบความเสี่ยงต่อเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบฝั่งเอเชียที่อาจถูกจำกัด
รวมทั้งสถานการณ์ความขัดแย้งยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย นอกจากนี้ ราคาอาหารสำเร็จรูป ปรับตัวสูงขึ้นจากต้นทุน โดยเฉพาะวัตถุดิบอาหารสด ทั้งไข่ไก่ ไก่สด ผักสด และผลไม้สด
โดยสินค้าหมวดสินค้าอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 2.67% ส่วนราคาสินค้าในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ยังสูงขึ้นถึง 3.07% มาจากราคาสินค้าและบริการ ที่นำมาคำนวณเป็นอัตราเงินเฟ้อ 464 รายการ เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว มีสินค้าที่ปรับราคาสูงขึ้นถึง 301 รายการ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าเช่าบ้าน ค่าโดยสารสาธารณะ โทรศัพท์มือถือ ก๋วยเตี๋ยว กับข้าวสำเร็จรูป ไข่ไก่ เนื้อหมู มะนาว ต้นหอม และผักกาดขาว
ส่วนราคาไม่เปลี่ยนแปลง 31 รายการ และสินค้าที่ราคาลดลง 132 รายการ เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าห้องพักโรงแรม ข้าวสารเหนียว และค่าธรรมเนียมผ่านทางพิเศษ แต่ภาพรวมอัตราเงินเฟ้อ เฉลี่ยในช่วง 9 เดือนของปี 2569 สูงขึ้นเพียง 1.54%
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อ ในไตรมาสสุดท้ายของปี คาดว่า จะเป็นบวกต่อเนื่อง จากราคาขายปลีกน้ำมันที่ยังทรงตัวสูง ราคาอาหารสำเร็จรูปทยอยปรับตัวสูงกว่าปีก่อนหน้า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น และราคาอาหารสดมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจากสภาพอากาศ
กระทรวงพาณิชย์ จึงได้ปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 อยู่ในกรอบ 1.8-2.2% ค่ากลางที่ 2% จากเดิมอยู่ระหว่าง 1.5-2.5%
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วม ส่งผลกระทบต่อราคาอาหารสดเป็นหลัก โดยเฉพาะผักใบอ่อน ราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3.49% แต่ในภาพรวมกระทบส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อเพียงเล็กน้อย 0.1% เท่านั้น
ด้านนายวัฒนศักดิ์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน ย้ำว่าภัยน้ำท่วม ส่งผลกระทบหนักพื้นที่เพาะปลูกผักสำคัญ ดังนั้น มาตรการหลักจะใช้ กลไก ของตลาดสด-ตลาดกลาง ช่วยบริหารจัดการผักจากพื้นที่เพาะปลูกที่ไม่ได้รับผลกระทบ มาเติมให้เพียงพอ หรือ หาผักทดแทนเข้ามาเสริม โดยเฉพาะใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจ เพื่อเร่งเติมสินค้าขณะที่ราคาผักหลายชนิด เช่น กะหล่ำปลี และผักบุ้งจีน ในตลาดกลาง เริ่มปรับลดลงแล้ว ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปยัง ตลาดสด ให้ราคาลดลงตาม อย่างไรก็ตามต้องติดตามสถานการณ์ ภายใต้วอร์รูม เพราะฝนยังตกต่อเนื่อง เพื่อปรับแผนวันต่อวัน
ขณะที่การดูแลค่าครองชีพประชาชน ได้เตรียมจัดหาสินค้าราคาประหยัดไปช่วยพี่น้องประชาชนหลังน้ำลด เริ่มจากพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลก่อนดำเนินการต่อเนื่องให้ครบทุกจังหวัด เบื้องต้น ขอ งบประมาณ ไว้ 1,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันการดูแลราคา สินค้าอุปโภคบริโภค ได้รับคำยืนจาก ผู้ประกอบการ จะตรึงราคาสินค้าให้นานที่สุด
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB